Skip to content

เรียนต่อปริญญาตรีที่ไหนถูกสุด 2026 เปรียบเทียบค่าเทอม 10 ประเทศ

ค่าเล่าเรียนปริญญาตรีในแต่ละประเทศแตกต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่ไม่กี่พันดอลลาร์ต่อปีจนถึงหลายหมื่นดอลลาร์ บทความนี้จะเปรียบเทียบค่าเทอมของ 10 ประเทศยอดนิยมสำหรับนักศึกษาไทยในปี 2026 โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ เพื่อช่วยให้คุณวางแผนการเงินและตัดสินใจเลือกประเทศที่เหมาะสมกับงบประมาณมากที่สุด

ภาพรวมค่าเทอมปริญญาตรี 10 ประเทศ ปี 2026

ค่าเทอมปริญญาตรีในแต่ละประเทศมีช่วงราคาที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันออกและเอเชียบางประเทศมีค่าเทอมต่ำกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในขณะที่สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียมีค่าเทอมสูงถึง 20,000–50,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ข้อมูลนี้รวบรวมจากรายงานของสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านการศึกษาระหว่างประเทศประจำปี 2025–2026

ประเทศที่ค่าเทอมถูกที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เยอรมนี (รัฐบาลอุดหนุนค่าเทอม), นอร์เวย์ (มหาวิทยาลัยรัฐ), ฝรั่งเศส (มหาวิทยาลัยรัฐ), มาเลเซีย และไต้หวัน โดยค่าเทอมเฉลี่ยต่อปีอยู่ระหว่าง 0–5,000 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม นักศึกษาต้องคำนึงถึงค่าครองชีพ ค่าธรรมเนียมนักศึกษาต่างชาติ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าประกันสุขภาพและค่าที่พัก

เรียนต่อปริญญาตรีที่ไหนถูกสุด 2026 เปรียบเทียบค่าเทอม 10 ประเทศ

ประเทศค่าเทอมต่ำที่สุด: เยอรมนีและนอร์เวย์

เยอรมนีเป็นประเทศที่มีค่าเทอมปริญญาตรีต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เนื่องจากมหาวิทยาลัยรัฐส่วนใหญ่ไม่เก็บค่าเล่าเรียนจากนักศึกษาทุกสัญชาติ ยกเว้นค่าธรรมเนียมภาคเรียน (Semesterbeitrag) ประมาณ 150–400 ยูโรต่อปี ซึ่งรวมค่าเดินทางสาธารณะและค่าบริการนักศึกษาแล้ว ในปี 2026 มหาวิทยาลัยรัฐเยอรมนียังคงนโยบายนี้สำหรับหลักสูตรภาษาเยอรมัน ขณะที่หลักสูตรภาษาอังกฤษบางแห่งเริ่มมีค่าเทอมสำหรับนักศึกษานอก EU อยู่ที่ประมาณ 1,500–3,000 ยูโรต่อปี

นอร์เวย์เป็นอีกประเทศที่ค่าเทอมมหาวิทยาลัยรัฐต่ำมาก เนื่องจากรัฐบาลนอร์เวย์อุดหนุนการศึกษาระดับอุดมศึกษาเต็มรูปแบบ โดยมหาวิทยาลัยรัฐไม่เก็บค่าเล่าเรียนจากนักศึกษาทุกสัญชาติ แต่นักศึกษาต้องจ่ายค่าธรรมเนียมภาคเรียนประมาณ 300–600 โครนนอร์เวย์ต่อปี (ประมาณ 30–60 ดอลลาร์สหรัฐ) อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพในนอร์เวย์สูงมาก โดยเฉลี่ยประมาณ 12,000–18,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา

ประเทศค่าเทอมปานกลาง: มาเลเซียและไต้หวัน

มาเลเซียเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการค่าเทอมไม่สูงมาก โดยค่าเทอมปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยเอกชนและสาขาต่างประเทศ (Branch Campus) อยู่ระหว่าง 3,000–8,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่มหาวิทยาลัยรัฐมีค่าเทอมต่ำกว่า 1,000–4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ข้อดีคือค่าครองชีพต่ำประมาณ 4,000–7,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการเรียนการสอน

ไต้หวันมีค่าเทอมปริญญาตรีที่แข่งขันได้มาก โดยมหาวิทยาลัยรัฐมีค่าเทอมประมาณ 2,000–4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนอยู่ที่ 3,000–6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี รัฐบาลไต้หวันมีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติจำนวนมาก เช่น ทุน MOE และทุน Huayu Enrichment Scholarship ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 50–100% ค่าครองชีพในไต้หวันอยู่ที่ประมาณ 5,000–8,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ประเทศค่าเทอมสูง: สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย

สหรัฐอเมริกามีค่าเทอมปริญญาตรีสูงที่สุดในกลุ่มประเทศที่เปรียบเทียบ โดยมหาวิทยาลัยรัฐ (In-State) มีค่าเทอมเฉลี่ย 10,000–15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่สำหรับนักศึกษาต่างชาติ (Out-of-State) ค่าเทอมจะสูงถึง 25,000–45,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี มหาวิทยาลัยเอกชนมีค่าเทอมสูงกว่า 30,000–60,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติ เช่น ทุน Merit-based Scholarship และ Need-based Financial Aid

ออสเตรเลียมีค่าเทอมปริญญาตรีสำหรับนักศึกษาต่างชาติอยู่ระหว่าง 15,000–35,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและมหาวิทยาลัย โดยสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์มีค่าเทอมสูงกว่าสาขาศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ ค่าครองชีพในออสเตรเลียอยู่ที่ประมาณ 10,000–15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขึ้นอยู่กับเมืองที่พักอาศัย

ประเทศค่าเทอมปานกลางถึงสูง: ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ญี่ปุ่นมีค่าเทอมปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยรัฐประมาณ 4,000–6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนมีค่าเทอมสูงกว่า 6,000–12,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Entrance Fee) สำหรับมหาวิทยาลัยรัฐอยู่ที่ประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจ่ายครั้งเดียว ค่าครองชีพในญี่ปุ่นสูง โดยเฉพาะในโตเกียวและโอซาก้า ประมาณ 8,000–12,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี

เกาหลีใต้มีค่าเทอมปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยรัฐประมาณ 3,000–6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนอยู่ที่ 6,000–10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ค่าครองชีพในเกาหลีใต้ประมาณ 6,000–10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขึ้นอยู่กับเมืองและรูปแบบการใช้ชีวิต มหาวิทยาลัยชั้นนำเช่น Seoul National University และ Korea University มีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติหลายประเภท

FAQ

Q1: ประเทศไหนค่าเทอมปริญญาตรีถูกที่สุดในปี 2026?

A1: เยอรมนีและนอร์เวย์เป็นประเทศที่ค่าเทอมปริญญาตรีถูกที่สุด โดยมหาวิทยาลัยรัฐไม่เก็บค่าเล่าเรียนจากนักศึกษาทุกสัญชาติ มีเพียงค่าธรรมเนียมภาคเรียน 150–600 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพในนอร์เวย์สูงมาก (12,000–18,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี) ในขณะที่เยอรมนีมีค่าครองชีพต่ำกว่า (8,000–12,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี)

Q2: ค่าเทอมปริญญาตรีในมาเลเซียและไต้หวันเท่าไหร่?

A2: มาเลเซียมีค่าเทอมปริญญาตรี 1,000–8,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยรัฐหรือเอกชน ไต้หวันมีค่าเทอม 2,000–6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยทั้งสองประเทศมีค่าครองชีพต่ำ (4,000–8,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี) และมีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

Q3: ค่าเทอมปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียสูงแค่ไหน?

A3: สหรัฐอเมริกามีค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ 25,000–60,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ส่วนออสเตรเลียมีค่าเทอม 15,000–35,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ทั้งสองประเทศมีค่าครองชีพสูง (10,000–15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี) แต่มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

参考资料

  • DAAD (German Academic Exchange Service) 2026 Report / Database
  • Norwegian Ministry of Education and Research 2025 Report
  • Ministry of Education Malaysia 2026 Database
  • Taiwan Ministry of Education 2026 Scholarship Database
  • U.S. Department of Education 2025 Report on College Costs
  • Australian Government Department of Education 2026 Report
  • Japan Student Services Organization (JASSO) 2025 Report
  • Korean Ministry of Education 2026 Database