เรียนต่อปริญญาตรีสหรัฐกับแคนาดา 2026 ค่าเทอมต่างกันเท่าไหร่
สำหรับนักเรียนไทยที่วางแผนเรียนต่อปริญญาตรีในต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาและแคนาดาคือสองจุดหมายปลายทางยอดนิยม แต่ค่าเทอมที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในปี 2026 อาจเป็นปัจจัยชี้ขาด บทความนี้จะเปรียบเทียบค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และแนวโน้มล่าสุดของทั้งสองประเทศ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจอย่างมีข้อมูล
ค่าเทอมปริญญาตรีสหรัฐอเมริกา ปี 2026
ค่าเทอมในสหรัฐอเมริกาสำหรับปีการศึกษา 2026 มีความหลากหลายสูงมาก ขึ้นอยู่กับประเภทของสถาบันและสถานะ residency โดยทั่วไป มหาวิทยาลัยของรัฐ (Public Universities) จะมีค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติสูงกว่านักศึกษาในรัฐอย่างมาก ในขณะที่มหาวิทยาลัยเอกชน (Private Universities) มักมีค่าเทอมคงที่โดยไม่แยกตาม residency
จากข้อมูลของ College Board และ National Center for Education Statistics (NCES) ปี 2025-2026 ค่าเทอมและค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่อปีสำหรับนักศึกษาต่างชาติอยู่ที่:
- มหาวิทยาลัยของรัฐ (In-State): ประมาณ $10,000 - $12,000 USD ต่อปี (แต่โดยทั่วไปนักศึกษาต่างชาติจะถูกจัดเป็น Out-of-State)
- มหาวิทยาลัยของรัฐ (Out-of-State): ประมาณ $28,000 - $40,000 USD ต่อปี
- มหาวิทยาลัยเอกชน: ประมาณ $40,000 - $60,000 USD ต่อปี
มหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น Ivy League หรือ Top 20 มักมีค่าเทอมสูงกว่า $60,000 USD ต่อปี ตัวอย่างเช่น Harvard University, Stanford University หรือ Massachusetts Institute of Technology (MIT) มีค่าเทอมรวมค่าธรรมเนียมสูงถึง $65,000 - $70,000 USD ต่อปี อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยเหล่านี้มักมีกองทุนช่วยเหลือทางการเงิน (Financial Aid) สำหรับนักศึกษาต่างชาติด้วย
แนวโน้มสำคัญในปี 2026: มหาวิทยาลัยหลายแห่งประกาศปรับขึ้นค่าเทอมเฉลี่ย 3-5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายด้านที่พัก อาหาร และประกันสุขภาพยังต้องนำมาคำนวณเพิ่ม ซึ่งรวมแล้วอาจสูงถึง $50,000 - $80,000 USD ต่อปี สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน

ค่าเทอมปริญญาตรีแคนาดา ปี 2026
ค่าเทอมในแคนาดาสำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2026 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่โดยรวมยังต่ำกว่าสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ มหาวิทยาลัยในแคนาดาแบ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นหลัก (Publicly Funded) ซึ่งค่าเทอมจะถูกควบคุมโดยแต่ละจังหวัด แตกต่างจากสหรัฐฯ ที่มีมหาวิทยาลัยเอกชนจำนวนมาก
จากข้อมูลของ Statistics Canada และ Universities Canada ปี 2025-2026 ค่าเทอมเฉลี่ยต่อปีสำหรับนักศึกษาต่างชาติระดับปริญญาตรีอยู่ที่:
- ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศ: ประมาณ CAD $30,000 - $45,000 ต่อปี (ประมาณ $22,000 - $33,000 USD)
- มหาวิทยาลัยใน Ontario (เช่น University of Toronto, University of Waterloo): ค่าเทอมสูงที่สุดในประเทศ อยู่ที่ CAD $45,000 - $60,000 ต่อปี สำหรับโปรแกรมยอดนิยม เช่น วิศวกรรมศาสตร์ หรือบริหารธุรกิจ
- มหาวิทยาลัยใน British Columbia (เช่น University of British Columbia): ค่าเทอมประมาณ CAD $40,000 - $55,000 ต่อปี
- มหาวิทยาลัยใน provinces อื่นๆ (เช่น Alberta, Manitoba, Atlantic Canada): ค่าเทอมต่ำกว่า อยู่ที่ CAD $20,000 - $35,000 ต่อปี
ข้อแตกต่างที่สำคัญ: โปรแกรมวิชาชีพ เช่น แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ หรือเภสัชศาสตร์ ในแคนาดามักมีค่าเทอมสูงกว่าโปรแกรมศิลปศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์อย่างเห็นได้ชัด โดยอาจสูงถึง CAD $70,000 - $90,000 ต่อปี
แนวโน้มในปี 2026: รัฐบาลแคนาดาและมหาวิทยาลัยหลายแห่งประกาศปรับขึ้นค่าเทอมนักศึกษาต่างชาติเฉลี่ย 5-10% ต่อปี โดยเฉพาะใน Ontario ซึ่งมีการยกเลิกการตรึงค่าเทอมสำหรับนักศึกษาต่างชาติตั้งแต่ปี 2022 ส่งผลให้ค่าเทอมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี (รวมค่าครองชีพ) สำหรับนักศึกษาต่างชาติในแคนาดาอยู่ที่ประมาณ CAD $40,000 - $65,000 ต่อปี
เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรวม: สหรัฐฯ vs แคนาดา
เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดต่อปี ค่าเทอมในสหรัฐฯ สูงกว่าแคนาดาประมาณ 20-40% สำหรับมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพในแต่ละเมืองของทั้งสองประเทศก็แตกต่างกันมาก
| รายการ | สหรัฐอเมริกา (USD) | แคนาดา (CAD) |
|---|---|---|
| ค่าเทอมเฉลี่ย (ปริญญาตรี) | $28,000 - $60,000 | $30,000 - $50,000 |
| ค่าที่พักและอาหาร | $12,000 - $20,000 | $10,000 - $18,000 |
| ประกันสุขภาพ | $1,500 - $3,000 | $600 - $1,200 (ขึ้นอยู่กับจังหวัด) |
| ค่าใช้จ่ายส่วนตัว | $3,000 - $5,000 | $2,500 - $4,000 |
| รวมต่อปีโดยประมาณ | $45,000 - $88,000 | $43,000 - $73,000 |
ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม:
- ค่าเงิน: ค่าเงิน CAD มักอ่อนกว่า USD ทำให้ค่าใช้จ่ายในแคนาดาเมื่อแปลงเป็นเงินบาทไทยอาจถูกกว่า
- โอกาสทำงาน: นักศึกษาต่างชาติในแคนาดาสามารถทำงานนอกเวลาได้สูงสุด 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ระหว่างเรียน และ Full-time ในช่วงปิดเทอม ส่วนในสหรัฐฯ สามารถทำงานในมหาวิทยาลัย (On-campus) ได้สูงสุด 20 ชั่วโมง/สัปดาห์
- Post-Graduation Work Permit (PGWP): แคนาดามีนโยบาย PGWP ที่เอื้อต่อการทำงานหลังเรียนจบสูงถึง 3 ปี ในขณะที่สหรัฐฯ มี OPT (Optional Practical Training) สูงสุด 3 ปีสำหรับสาขา STEM เท่านั้น
ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเทอมในปี 2026
ทั้งสหรัฐฯ และแคนาดาต่างได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ส่งผลต่อค่าเทอมในปี 2026 ปัจจัยหลักที่ควรติดตาม ได้แก่:
- อัตราเงินเฟ้อ: เงินเฟ้อที่สูงขึ้นในทั้งสองประเทศส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องปรับขึ้นค่าเทอมเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
- นโยบายของรัฐบาล: ในแคนาดา รัฐบาล Ontario และ British Columbia ได้ผ่อนคลายการควบคุมค่าเทอมนักศึกษาต่างชาติ ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถปรับขึ้นราคาได้อย่างอิสระมากขึ้น ในสหรัฐฯ รัฐบาลกลางยังไม่มีนโยบายควบคุมค่าเทอมโดยตรง
- ความต้องการของตลาด: โปรแกรมที่เป็นที่ต้องการสูง เช่น วิศวกรรมศาสตร์, Computer Science, และบริหารธุรกิจ มักมีค่าเทอมสูงกว่าโปรแกรมอื่นๆ
- ทุนการศึกษาและความช่วยเหลือทางการเงิน: มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ โดยเฉพาะเอกชน มักมีกองทุนช่วยเหลือที่มากกว่าแคนาดา แต่นักศึกษาต่างชาติมีสิทธิ์เข้าถึงน้อยกว่านักศึกษาในประเทศ
ข้อมูลสำคัญ: นักเรียนไทยควรตรวจสอบค่าเทอมล่าสุดจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยตรง และเปรียบเทียบกับข้อมูลจากแหล่งอ้างอิง เช่น College Board (สหรัฐฯ) และ Statistics Canada (แคนาดา) ก่อนตัดสินใจ
ข้อแนะนำสำหรับนักเรียนไทยในการตัดสินใจ
การเลือกศึกษาต่อระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาควรพิจารณาทั้งค่าใช้จ่ายและโอกาสระยะยาว นอกเหนือจากค่าเทอมแล้ว นักเรียนไทยควรคำนึงถึง:
- คุณภาพการศึกษา: มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Ivy League และ Top 20 มีชื่อเสียงระดับโลก แต่แคนาดาก็มีมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น University of Toronto, University of British Columbia, McGill University ที่ได้รับการยอมรับไม่แพ้กัน
- โอกาสในการทำงานหลังเรียนจบ: แคนาดามีนโยบาย PGWP ที่ชัดเจนและยืดหยุ่นกว่า ขณะที่สหรัฐฯ มี OPT ที่จำกัดเฉพาะสาขา STEM และต้องผ่านการจับสลาก H-1B Visa
- ค่าครองชีพและสภาพแวดล้อม: เมืองในแคนาดามักมีค่าครองชีพต่ำกว่าเมืองใหญ่ในสหรัฐฯ เช่น นิวยอร์ก หรือซานฟรานซิสโก แต่อากาศหนาวเย็นกว่า
- ความปลอดภัยและสวัสดิการ: แคนาดามีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าสำหรับนักศึกษาต่างชาติในหลายจังหวัด ในขณะที่สหรัฐฯ นักศึกษาต้องซื้อประกันสุขภาพเอกชนซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง
แนวทางปฏิบัติ: นักเรียนไทยควรเริ่มต้นด้วยการค้นหามหาวิทยาลัยที่ตรงกับสาขาที่สนใจ จากนั้นเปรียบเทียบค่าเทอม ค่าครองชีพ และโอกาสหลังเรียนจบ โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น QS World University Rankings, Times Higher Education, และข้อมูลจากสถานทูตของแต่ละประเทศ
FAQ
Q1: ค่าเทอมปริญญาตรีสหรัฐฯ กับแคนาดา ปี 2026 ต่างกันเท่าไหร่โดยเฉลี่ย
ค่าเทอมเฉลี่ยต่อปีในสหรัฐฯ สำหรับนักศึกษาต่างชาติอยู่ที่ $28,000 - $60,000 USD ส่วนแคนาดาอยู่ที่ CAD $30,000 - $50,000 (ประมาณ $22,000 - $37,000 USD) ดังนั้นค่าเทอมสหรัฐฯ สูงกว่าแคนาดาประมาณ 20-40% ขึ้นอยู่กับประเภทมหาวิทยาลัยและโปรแกรมที่เลือก
Q2: ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับเรียนต่อสหรัฐฯ และแคนาดาเท่าไหร่
ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีในสหรัฐฯ (รวมค่าที่พัก อาหาร ประกันสุขภาพ) อยู่ที่ประมาณ $45,000 - $88,000 USD ส่วนแคนาดาอยู่ที่ประมาณ CAD $43,000 - $73,000 (ประมาณ $32,000 - $54,000 USD) โดยค่าใช้จ่ายในแคนาดาถูกกว่าประมาณ 25-35%
Q3: มีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนไทยในสหรัฐฯ และแคนาดาไหม
มีทุนการศึกษาจากทั้งมหาวิทยาลัยและองค์กรภายนอก ในสหรัฐฯ มหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำมีกองทุนช่วยเหลือทางการเงิน (Financial Aid) สำหรับนักศึกษาต่างชาติ แต่การแข่งขันสูง ส่วนแคนาดามีทุนจากรัฐบาล เช่น Vanier Canada Graduate Scholarships และทุนจากมหาวิทยาลัยโดยตรง เช่น University of Toronto International Scholar Program
参考资料
- College Board 2026 Trends in College Pricing and Student Aid Report
- Statistics Canada 2025 Tuition Fees for International Students in Canada
- National Center for Education Statistics (NCES) 2025 Digest of Education Statistics
- Universities Canada 2026 International Student Tuition Fee Survey
- QS World University Rankings 2026 Tuition and Cost of Living Data