คู่มือมหาวิทยาลัยเดร็กเซล 2026: หลักสูตรสหกิจศึกษา การรับสมัคร และค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติ
มหาวิทยาลัยเดร็กเซล (Drexel University) คือหนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนในนครฟิลาเดลเฟียที่โดดเด่นด้วยระบบการเรียนการสอนที่บูรณาการโลกการทำงานเข้ากับห้องเรียน โดยเฉพาะโครงการสหกิจศึกษา (Co-op) ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานจริงในองค์กรชั้นนำตั้งแต่ระดับปริญญาตรี สำหรับนักเรียนต่างชาติที่กำลังมองหาประสบการณ์การเรียนต่อในสหรัฐอเมริกาที่พร้อมต่อยอดสู่อาชีพ คู่มือฉบับนี้จะพาคุณไปรู้จักกับรายละเอียดที่สำคัญในปี 2026 ทั้งการรับสมัคร ค่าเล่าเรียน และโอกาสที่มากกว่าแค่การเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้
จุดเด่นของเดร็กเซล: มากกว่ามหาวิทยาลัยในฟิลาเดลเฟีย
เดร็กเซลตั้งอยู่บนทำเลศูนย์กลางของนครฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย หนึ่งในเมืองเก่าแก่และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยก่อตั้งในปี ค.ศ. 1891 โดยแอนโทนี เจ. เดร็กเซล นักการเงินผู้มองว่าการศึกษาควรเชื่อมโยงกับโลกอาชีพมาตั้งแต่ต้น แนวคิดดังกล่าวยังคงเป็นหัวใจหลักมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับนักเรียนต่างชาติที่สนใจ เรียนต่อสหรัฐอเมริกา เมืองฟิลาเดลเฟียมีข้อดีหลายประการ ตั้งแต่ค่าครองชีพที่ต่ำกว่านครนิวยอร์กหรือบอสตัน การเดินทางที่สะดวกด้วยระบบขนส่งมวลชน ไปจนถึงการเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการเงิน การแพทย์ และเทคโนโลยีชีวภาพ เหล่านี้ล้วนเอื้อต่อการหาที่ฝึกงานและโอกาสสร้างเครือข่ายระหว่างเรียน
ระบบสหกิจศึกษาของเดร็กเซล: Co-op ตัวจริง เสริมประสบการณ์ระดับโลก
หัวใจของเดร็กเซลที่ทำให้แตกต่างคือ ระบบสหกิจศึกษา (Drexel Co-op) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการฝึกงานระยะสั้น แต่เป็นโปรแกรมการทำงานเต็มเวลา 6 เดือนที่สอดแทรกอยู่ในตารางเรียนตามปกติ นักศึกษาอาจได้สลับระหว่างภาคเรียนในห้องเรียนกับภาค Co-op ที่ทำงานในบริษัทหรือหน่วยงานจริง โดยส่วนมากนักศึกษาจะเริ่ม Co-op ได้ตั้งแต่ปีที่ 2 ของการศึกษา

รูปแบบหลักของ Drexel Co-op แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม
- กลุ่มหลักสูตร 5 ปี 3 ภาค Co-op: นักศึกษาจะได้ประสบการณ์ทำงานมากถึง 3 ช่วง รวม 18 เดือน ซึ่งเป็นที่นิยมในสายวิศวกรรมและธุรกิจ
- กลุ่มหลักสูตร 4 ปี 1 ภาค Co-op: เหมาะสำหรับสาขาที่ต้องการความยืดหยุ่นมากกว่า เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพหรือสื่อดิจิทัลบางแขนง
สหกิจศึกษาของเดร็กเซลสร้างความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นหลายแห่ง เพราะนักศึกษาจะได้รับมอบหมายงานจริง และมากกว่า 1 ใน 3 จะได้รับการเสนองานประจำจากองค์กรที่เคยร่วม Co-op นับว่าเป็นจุดเด่นที่ช่วยให้นักเรียนต่างชาติที่จบจากเดร็กเซลมีอัตราการได้งานสูงและปรับตัวเข้ากับตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้เร็วกว่า
หลักสูตรยอดนิยมสำหรับนักเรียนต่างชาติ
เดร็กเซลเปิดสอนกว่า 200 หลักสูตรในระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา และวิชาชีพ หลักสูตรที่นักเรียนต่างชาติให้ความสนใจสูงในปี 2026 ได้แก่
- วิศวกรรมศาสตร์ (โดยเฉพาะวิศวกรรมชีวการแพทย์ วิศวกรรมเครื่องกล และวิศวกรรมไฟฟ้า)
- บริหารธุรกิจและสาขาการเงิน
- วิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
- การออกแบบและสื่อดิจิทัล (Digital Media)
- สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ อาทิ พยาบาลศาสตร์ และสาธารณสุข
- สถาปัตยกรรมและการออกแบบภายใน
ข้อได้เปรียบของหลักสูตรเหล่านี้คือการฝังตัวระบบ Co-op เข้าไปในหลักสูตรบังคับหรือแนะนำ ทำให้นักศึกษาไม่ต้องเสียเวลาหาที่ฝึกงานเองเพิ่มเติม และมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์ตรงที่สอดคล้องกับสาขาวิชา
ขั้นตอนการสมัครและข้อกำหนดสำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2026
การสมัครเข้าเดร็กเซลสำหรับนักเรียนต่างชาติใช้ระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหรือระบบ Common Application เอกสารที่จำเป็นมีดังนี้

- ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า พร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ
- คะแนนสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษ เช่น TOEFL iBT (ขั้นต่ำประมาณ 79-80) หรือ IELTS Academic (ขั้นต่ำ 6.0-6.5) ทั้งนี้บางสาขาอาจกำหนดเกณฑ์สูงกว่า
- คะแนนสอบมาตรฐาน SAT หรือ ACT (สำหรับผู้สมัครระดับปริญญาตรี) ปัจจุบันเดร็กเซลอยู่ในนโยบาย Test-Optional ต่อเนื่องถึงปี 2026 แต่นักเรียนที่ส่งคะแนนอาจมีโอกาสรับทุนสูงขึ้น
- จดหมายแนะนำ 1-3 ฉบับจากอาจารย์หรือผู้บังคับบัญชา
- เรียงความ (Essay) หรือ Statement of Purpose ที่แสดงแรงจูงใจและเป้าหมายในการเรียน
นอกจากนี้ ยังมีค่าธรรมเนียมการสมัครประมาณ 50-75 ดอลลาร์สหรัฐ (อาจมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ยื่นล่วงหน้า) กำหนดการรับสมัครมีทั้งรอบ Early Decision, Early Action และ Regular Decision โดยรอบสุดท้ายมักปิดราวเดือนมกราคมของปีที่ต้องการเข้าศึกษา สำหรับนักศึกษาต่างชาติแนะนำให้ยื่นใบสมัครให้เร็วที่สุดเพื่อให้มีเวลาเตรียมเอกสารขอวีซ่าและหาทุนการศึกษา
ค่าเล่าเรียนและทุนการศึกษาปี 2026 สำหรับนักเรียนต่างชาติ
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อปีการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่เดร็กเซลในปี 2026 เป็นดังนี้ (อัตราเป็นดอลลาร์สหรัฐ)
- ค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรี: ประมาณ 58,000 - 60,000 ต่อปี
- ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น: ประมาณ 2,500 - 3,500
- ค่าที่พักและอาหาร: ประมาณ 16,000 - 18,000 ต่อปี (หากพักในหอพักมหาวิทยาลัย)
- รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณทั้งปีอาจอยู่ที่ 76,000 - 82,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนต่างชาติซึ่งจำเป็นต้องซื้อตามกฎมหาวิทยาลัยและวีซ่า
โอกาสทุนการศึกษา
เดร็กเซลมีทุนสำหรับนักศึกษาต่างชาติหลายประเภท เช่น ทุนแสดงผลการเรียนดี (Global Scholars) ทุนตามสาขาวิชา และทุนที่ผูกกับผลงานหรือความเป็นผู้นำ นักเรียนสามารถสมัครอัตโนมัติเมื่อยื่นใบสมัครหรือกรอกแบบฟอร์มขอทุนเพิ่มเติม มูลค่าทุนอาจสูงถึง 20,000 - 30,000 ดอลลาร์ต่อปี ช่วยแบ่งเบาภาระได้มาก นักเรียนที่ต้องการสนับสนุนด้านการเงินควรยื่นสมัครก่อนกำหนดเส้นตายเพื่อเพิ่มโอกาส
การใช้ชีวิตในฟิลาเดลเฟียและเส้นทางหลังเรียนจบ
ฟิลาเดลเฟียเป็นเมืองใหญ่อันดับ 6 ของสหรัฐอเมริกา มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม นักศึกษาต่างชาติจะได้พบกับย่านที่มีชีวิตชีวา สถานที่ทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ และร้านอาหารจากทั่วโลก ระบบขนส่งสาธารณะอย่าง SEPTA ช่วยให้เดินทางระหว่างวิทยาเขตเดร็กเซลกับย่านใจกลางเมืองได้สะดวก

นอกจากนี้ การอยู่ในเมืองที่มีโรงพยาบาลชั้นนำ สถาบันการเงิน และบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมาก ทำให้นักศึกษามีโอกาสฝึกงานระหว่างเรียนและต่อยอดงานหลังจากจบได้ไม่ยาก วีซ่า F-1 ยังเปิดทางให้สามารถทำงานในสหรัฐฯ ได้ระยะหนึ่งภายใต้โปรแกรม Optional Practical Training (OPT) ซึ่งสำหรับสาขา STEM อาจขยายเวลาได้ถึง 3 ปี ยิ่งทำให้นักเรียนต่างชาติเดร็กเซลมีโอกาสสะสมประสบการณ์ยาวนานยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำงานมาก่อนสมัครระบบ Co-op หรือไม่
ไม่จำเป็นเพราะมหาวิทยาลัยจะเตรียมความพร้อมผ่านศูนย์อาชีพ (Steinbright Career Development Center) ซึ่งช่วยสอนการเขียนเรซูเม่ สัมภาษณ์งาน และจับคู่บริษัทที่เหมาะสม นักศึกษาใหม่สามารถก้าวเข้าสู่ Co-op ครั้งแรกได้ด้วยการสนับสนุนจากทีมงานตลอดกระบวนการ
เดร็กเซลมีหลักสูตรสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ไหม
มีโปรแกรม English Language Center สำหรับเตรียมความพร้อมด้านภาษา โดยอาจผนวกเข้าเป็นหลักสูตรเชื่อมต่อ (Pathway Program) บางสาขา เมื่อเรียนผ่านตามเกณฑ์สามารถเข้าเรียนในคณะที่ต้องการได้โดยไม่ต้องสอบเพิ่ม
ต่างชาติสามารถทำงานระหว่างเรียนโดยไม่เกี่ยวกับสหกิจศึกษาได้หรือไม่
นักเรียนที่ถือวีซ่า F-1 สามารถทำงานภายในมหาวิทยาลัยไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ระหว่างเปิดภาคเรียน และทำงานเต็มเวลาในช่วงปิดเทอม ซึ่งเป็นรายได้เสริมในการช่วยค่าครองชีพประจำวันได้
สรุป
มหาวิทยาลัยเดร็กเซลคือตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการประสบการณ์การเรียนต่อในสหรัฐอเมริกาที่ผสานภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ด้วยระบบสหกิจศึกษาที่โดดเด่นและเครือข่ายองค์กรกว่า 1,600 แห่งทั่วโลก อีกทั้งหลักสูตรในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธุรกิจที่มีคุณภาพ ประกอบกับทำเลในใจกลางฟิลาเดลเฟียที่ค่าครองชีพไม่สูงนักเมื่อเทียบกับมหานครใหญ่อื่น ๆ ทำให้เดร็กเซลเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ควรอยู่ในรายชื่อสำหรับการสมัครปี 2026 อย่างแน่นอน